วันจันทร์ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

วิธีปลูกเห็ดหลินจือ และประโยชน์ thaiorganica

วิธีปลูกเห็ดหลินจือ และประโยชน์
เห็ดหลินจือหรือเห็ดหมื่นปี เป็นเห็ดที่มีต้นกำเนิดมาจากจีน จัดเป็นสมุนไพรที่ใช้มาแต่โบราณในทางการแพทย์แผนจีน โดยมีสรรพคุณทางยา ดังนั้นเห็ดหลินจือจำเป็นเห็ดที่นิยมบริโภค ซึ่งที่ฐานการเรียนรู้การผลิตเห็ดเศรษฐกิจ สาขาพืชผัก มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ได้ปลูกเห็ดหลินจือเพื่อเป็นฐานการเรียนรู้ให้กับผู้ที่สนใจ

คุณปรีชา รัตนัง อาจารย์สาขาพืชผัก มหาวิทยาลัยแม่โจ้ เชียงใหม่

ได้เล่าว่า ทางมหาวิทยาลัยแม่โจ้ได้เริ่มเพาะเห็ดหลินจือมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2535 และเพาะเพิ่มเติมมากขึ้นเรื่อยๆ

ซึ่งในปัจจุบันเป็นฐานเรียนรู้การผลิตเห็ดเศรษฐกิจ เพื่ออบรมให้กับเกษตร และประชาชนที่สนใจนำกลับไปประกอบเป็นอาชีพได้ ซึ่งก่อนที่จะทำการเพาะเห็ดต้องเตรียมอุปกรณ์ ได้แก่ ถุงพลาสติกขนาด 7X13 นิ้ว หรือ 6.5 X12.5 นิ้ว ขี้เลื่อยไม้เบญจพรรณ ไม้เนื้ออ่อน ไม้เศรษฐกิจ เช่น

- ไม้มะม่วง
- ฉำฉา
- มะขาม
- กระท้อน
- ยางพารา
- รำละเอียด
- น้ำตาล
- ยิปซัม
- ดีเกลือ
- น้ำ
- คอพลาสติกสำเร็จรูป ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1 นิ้ว สูง 1 นิ้ว พร้อมที่คอบปิดและมีฝาปิด
- สำลี
- ฝาปิดแบประหยัด
- ยางรัด
- ตะเกียงแอลกอฮอล์
- เชื้อเห็ดในเมล็ดข้าวฟาง
- โรงเรือนพร้อมชั้นสำหรับบ่มก้อนเชื้อ
- บัวรดน้ำ
- สายยาง และ
- หม้อนึ่งแบบไม่อัดความดัน

ภายหลังจากเตรียมอุปกรณ์เรียบร้อยนำ

ขี้เลื่อยผสมกับลำละเอียดเพิ่มเติมเพื่อเป็นอาหารของเห็ดประมาณ 5-8%

ใส่น้ำตาล 1% ยิปซัม เพื่อให้โครงสร้างของเห็ดแข็งแรง 1%

ดีเกลือ 0.20% กระตุ้นให้เส้นไยเจริญเติบโต ให้มีความชื้น 75 % และใส่น้ำ

นำส่วนผสมทั้งหมดมาคลุกเคล้าให้เข้ากันแล้วนำมาอัดในถุงพลาสติกตอกให้แน่นใส่คอขวด ปิดจุกสำลี นำไปนึ่งฆ่าเชื้อในอุณหภูมิ 100 องศาเซลเซียล ระยะเวลา 3 ชั่วโมง เพื่อป้องกันการปนเปื้อนของเชื้อรา

หลังจากนั้นนำมาปลูกเชื้อ โดยใช้หัวเชื้อจากเมล็ดข้าวฟาง เทลงไปในถุงประมาณ 30-50 เมล็ด ในหัวเชื้อ 1 ขวดจะเพาะได้ถึง 50 ถุง ต่อจากการปลูกเชื้อจะนำไปบ่มในอุณหภูมิไม่เกิน 25-28 องศาเซลเซียล ระยะเวลา 50 วัน เส้นใยจะเจริญเติบโตเต็มถุง

พอบ่มก้อนเชื้อได้ครบกำหนดนำมาเข้าโรงเรือนเปิดดอกที่มุ่งด้วยหญ้าคา แฝก และอุณหภูมิในโรงเรือนประมาณ 25 -32 องศาเซลเซียล โดยเปิดกระดาษที่คุมก้อนเชื้อออก ซึ่งเชื้อเห็ดจะรวมตัวเป็นดอก มีลักษณะเป็นสีครีม ขาวนวลพ้นออกจากคอขวดใช้เวลาประมาณ 7-10 วัน ตรงกลางของดอกเห็ดจะเริ่มเปลี่ยนสีเป็นสีน้ำตาลแดง

ส่วนครีบของดอกขยายเรื่อยๆ จนถึง 20-25 วัน ดอกขยายเต็มที่ต่อจากนั้นจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลแดงทั้งดอก และมีการปล่อยสปอดอกออกมา

ซึ่งความพิเศษของเห็ดหลินจือนี้จะปล่อยสปอขึ้นมาอยู่บนดอกเห็ด ด้วยทำให้การเก็บสปอได้ง่ายด้วยการเครื่องดูดฝุ่นหรือแปรงทาสี โดยผลผลิตที่เก็บได้ต่อถุงประมาณ 3 รอบ

รอบแรกได้น้ำหนัก 30 กรัมต่อดอก

รอบที่ 2 ได้ 20 กรัมต่อดอก และ

รอบสุดท้าย ได้ 15 กรัมต่อดอก รวมแล้ว 1 ถุงได้น้ำหนักเห็ดรวมประมาณ 50-80 กรัมต่อถุง

สำหรับวิธีการเก็บเห็ดหลินจือจะดึงดอกเห็ดที่แก่จัดเต็มที่ออกจากถุงเห็ดแล้วตัดขาเห็ดทิ้ง นำดอกเห็ดไปล้างน้ำสะอาดก่อนไปหั่นเป็นชิ้นเล็กเพื่อนำไปอบแห้งทันทีในอุณหภูมิเริ่มต้น 50 องศาเซลเซียล และเพิ่มอุณหภูมิทุก 2 ชั่วโมง เพิ่มครั้งละ 3-5 องศาเซลเซียล จนถึง 2 ชั่วโมงสุดท้ายถึง 67-70 องศาเซลเซียล โดยใช้เวลารวมทั้งหมด 8 ชั่วโมง

ภายหลังจากที่นำเห็ดสดจากน้ำหนัก 37 กิโลกรัม จะเหลือเป็นเห็ดอบแห้ง 10 กิโลกรัม ส่วนราคาเห็ดหลินจืออบแห้งที่จำหน่าย น้ำหนัก 50 กรัม ราคา 100 บาท หรือจำหน่ายกิโลกรัมละ 800-1,500 บาท
ประโยชน์ของเห็ดหลินจือ
เห็ดหลินจือ ภาษาอังกฤษ Lingzhi mushroom หรือ Reishi mushroom มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Ganoderma lucidum (Curtis) P. Karst หรือจะเรียกว่า เห็ดหมื่นปี หรือ เห็ดอมตะ ก็ได้ จัดเป็นยาจีนที่ใช้กันมายาวนานกว่า 2,000 ปีแล้ว (Chinese traditional medicine) ใช้กันนับตั้งแต่สมัยจักรพรรดิฉินซีฮ่องเต้เป็นต้นมา เห็ดหลินจือ ที่ขึ้นอยู่ตามธรรมชาติมีมากมายกว่า 100 สายพันธุ์ โดยสายพันธุ์ที่นิยมและมีสรรพคุณทางยาที่ดีที่สุดคือ สายพันธุ์สีแดง หรือ เห็ดหลินจือแดง หรือ กาโนเดอร์ม่า ลูซิดั่ม (Ganoderma lucidum) โดยในเห็ดหลินจือจะมีสารพอลิแซ็กคาไรด์ (Polysaccharide) ซึ่งจะช่วยยับยั้งและรักษาอาการต่างๆ (ประโยชน์ด้านล่าง) โดยแต่ละชนิดจะมีปริมาณสารพอลิแซ็กคาไรด์ในปริมาณที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งแน่นอนว่าคงหนีไม่พ้นสายพันธุ์สีแดงที่กล่าวข้างต้น เห็ดชนิดนี้จัดว่าเป็นของหายากที่มีคุณค่าสูงในทางสมุนไพรจีน โดยมีการยกย่องว่าเป็นยอดเห็ด เป็นเห็ดที่ดีที่สุดในหมู่สมุนไพรจีน เพราะได้มีการบันทึกในคัมภีร์โบราณ “เสินหนงเปินเฉ่า” (ตำราเก่าแก่ที่คนจีนนับถือกันมากที่สุด) ซึ่งได้กล่าวไว้ว่า เห็ดหลินจือนี้เป็นเทพเจ้าแห่งชีวิต ที่มีพลังมหัศจรรย์นักวิทยาศาสตร์พบว่าในเห็ดชนิดนี้มีสารต่างๆที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายมากกว่า 250 ชนิด !! เป็นยาบำรุงร่างกายและใช้เป็นยาอายุวัฒนะในการยืดอายุ นอกจากนี้ยังช่วยทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง รักษาโรคต่างๆได้หลายโรค และยังปลอดภัยไม่มีสารพิษใดๆ ต่อกับร่างกาย ! เห็ดหลินจือในปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับเห็ดหลินจือออกมาจำหน่ายค่อนข้างมาก สำหรับการเลือกซื้อคุณควรศึกษาตั้งแต่ขั้นตอนการเพาะปลูก เพราะเห็ดหลินจือที่จะมีคุณภาพดีนั้น จะต้องได้รับการเพาะเลี้ยงในสภาวะที่เหมาะสม ทั้งความชื้น แสงสว่าง รวมไปถึงสารอาหารที่ได้รับ และสิ่งที่ต้องดูอีกเรื่องก็คือขั้นตอนการแปรรูป ตรงนี้ก็สำคัญเพราะเป็นกระบวนการที่จะต้องสารสกัดพอลิแซ็กคาไรด์จากเห็ดออกมาให้ได้มากที่สุด นอกจากนี้ยังรวมไปถึงบรรจุภัณฑ์ที่ต้องให้ความสนใจด้วย โดยต้องเป็นบรรจุ ภัณฑ์ที่สามารถกันความชื้นได้เป็นอย่างดี เนื่องจากเห็ดชนิดนี้จะไวต่อความชื้นเป็นพิเศษและความชื้นจะทำให้เห็ดหลินจือขึ้นราได้นั่นเอง ประโยชน์ของเห็ดหลินจือ สรรพคุณของเห็ดหลินจือเห็ดหลินจือสรรพคุณใช้เป็นยาบำรุงร่างกาย ช่วยทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง สีหน้าแจ่มใส ช่วยบำรุงและรักษาสายตา สรรพคุณเห็ดหลินจือใช้เป็นยาอายุวัฒนะ ช่วยทำให้อายุยืนยาว ช่วยชะลอแก่ ชะลอวัย ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายแข็งแรง ช่วยทำให้กล้ามเนื้อหัวใจแข็งแรงขึ้น ให้พลังชีวิตมากขึ้น ช่วยส่งเสริมระบบการไหลเวียนของเลือดให้ดียิ่งขึ้น ช่วยทำให้ความจำดีขึ้น ช่วยผ่อนคลายระบบประสาทและกล้ามเนื้อ ทำให้นอนหลับได้สนิท ช่วยทำให้ประสาทสัมผัสต่างๆ ดีขึ้น สรรพคุณช่วยรักษาและต่อต้านมะเร็ง โดยส่งเสริมภูมิคุ้มกัน กระตุ้นให้เม็ดเลือดขาวสร้างสารต้านมะเร็ ช่วยแก้พิษจากรังสี คีโม เช่น เม็ดเลือดขาวต่ำจากคีโม ท้องเสียอักเสบจากการฉายรังสี อาการปวดจากพิษบาดแผล ช่วยลดความดันโลหิตและรักษาโรคความดันโลหิตสูง ช่วยปรับความดันโลหิตทั้งสูงและต่ำให้สมดุล ช่วยรักษาโรคเส้นเลือดหัวใจตีบ ช่วยป้องกันเส้นเลือดในสมองและหัวใจอุดตัน ป้องกันอัมพฤกษ์ อัมพาต ช่วยลดไขมันในเลือด ช่วยรักษาและบรรเทาอาการของโรคหมอนรองกระดูกแตกกดทับเส้นประสาทให้ทุเลายิ่งขึ้น ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด ช่วยควบคุมอาการเบาหวาน ช่วยรักษาโรคภูมิแพ้ หอบหืด ช่วยรักษาโรคประสาท สรรพคุณของเห็ดหลินจือช่วยบำรุงตับ และรักษาโรคตับ ตับแข็ง ตับอักเสบ เห็ดหลินจือรักษาโรคไตเรื้อรังบางชนิด โดยช่วยฟื้นฟูสมรรถภาพการทำงานของไตให้ดีขึ้น ประโยชน์ของเห็ดหลินจือช่วยรักษาโรคลมบ้าหมู ช่วยแก้อาการอาหารเป็นพิษ ช่วยรักษาแผลในกระเพาะอาหารและลำไส้ ประโยชน์เห็ดหลินจือช่วยขับปัสสาวะ ช่วยรักษาและบรรเทาอาการของโรคริดสีดวงทวาร ช่วยแก้อาการปวดเมื่อยตามร่างกาย ปวดตามข้อ ประโยชน์ของเห็ดหลินจือช่วยรักษาโรคเกาต์ ช่วยสลายใยแผลเป็น หรือพังผืดหดยืด ทำให้ในแผลเป็นอ่อนนิ่มและหดตัวเล็กลง ช่วยยับยั้งเชื้อไวรัส อย่าง ไวรัสเอดส์ อีสุกอีใส งูสวัด ช่วยรักษาโรคลูปัส อีริทีมาโตซัส ทั่วร่าง (SLE) หรือโรคที่เกิดจากภูมิคุ้มกันของร่างกายทำงานผิดปกติ ช่วยแก้อาการป่วยบนที่สูง เช่น อาการหูอื้อ ช่วยรักษาโรคที่มีสาเหตุมาจากการขาดออกซิเจน เช่น ถุงลมโป่งพอง หัวใจหล้มเหลว เส้นเลือดหัวใจตีบ ช่วยแก้อาการปวดประจำเดือน ช่วยแก้ปัญหาภาวะมีบุตรยาก ช่วยป้องกันการเสื่อมสรรถภาพทางเพศ เห็ดหลินจือจัดเป็นสเตียรอยด์ธรรมชาติ ซึ่งไม่มีสารพิษหรือผลข้างเคียงเหมือนกับสเตรียรอยด์สังเคราะห์ advertisements ข้อควรรู้และคำแนะนำ เห็ดหลินจือเหมาะกับใคร? เนื่องจากเห็ดชนิดนี้มีสรรพคุณที่ช่วยป้องกันและบำบัดรักษาโรคซะเป็นส่วนใหญ่ มันจึงเหมาะกับโรคของผู้สูงอายุและวัยก่อนสูงอายุ ที่เป็นโรคดังกล่าวข้างต้น เห็ดหลินจือสกัดรูปแบบของการรับประทาน แบ่งได้หลายรูปแบบ อย่างแรกเลยก็คือยาต้มแบบโบราณ ด้วยการนำเห็ดหลินจือที่แห้งนำมาต้มและเคี่ยว ซึ่งเป็นวิธีที่ค่อนข้างยุงยากและไม่สะดวก แบบที่สอง คือเนื้อเห็ดหลินจือบดเป็นผงบรรจุแคปซูล หากไม่ผ่านการฆ่าเชื้ออาจทำให้มีเชื้อราปนเปื้อนได้ โดยรูปแบบนี้จะมีความเข้มน้อยและดูดซึมได้ยาก แบบที่สามซึ่งเป็นแบบที่ได้รับความนิยมมากที่สุดก็คือ เห็ดหลินจือสกัด หรือ สารสกัดจากเห็ดหลินจือแคปซูล ซึ่งจะได้สารสกัดที่เข้มข้นมีสรรพคุณที่ดีกว่า ดูดซึมและออกฤทธิ์ได้ดีกว่า ที่สำคัญก็คือมีมาตรฐานการผลิตที่สะอาดและปลอดภัย เช่น เห็ดหลินจือโครงการหลวง เห็ดหลินจือกินอย่างไร? สำหรับเวลาที่เหมาะสมก็คือการรับประทานตอนเช้าในขณะที่ท้องว่าง แล้วดื่มน้ำตามมากๆ ถ้าทานร่วมกับวิตามินซีด้วยก็จะดีมากเพราะจะช่วยเสริมสรรพคุณ และสำหรับผู้ที่ต้องกินยากดภูมิต้านทานหรือผู้ที่เป็นโรค SLE หรือผ่าตัดปลูกถ่ายอวัยวะควรงดการรับประทาน ผลข้างเคียงของเห็ดหลินจือ สำหรับผู้ที่เริ่มรับประทานเห็ดหลินจือใหม่ๆ อาจจะรู้สึกเวียนศีรษะ อาเจียน ง่วงนอน ปวดเมื่อยตามร่างกาย ตามข้อ เกิดอาการท้องผูก ท้องเสีย ปัสสาวะบ่อย ผิวหนังเกิดอาการคัน เป็นต้น แต่ก็ถือเป็นปฏิกิริยาสะท้อนกลับที
่เป็นเรื่องปกติของการบำบัดด้วยสมุนไพร เมื่อตัวยาเข้าไปในร่างกาย จะเข้าไปชำระล้างสารพิษต่างๆ ให้สลายไปหรือเคลื่อนไปช่วยย้ายขับสารพิษออกจากร่างกาย จึงทำให้ร่างกายเกิดอาการผิดปกติดังกล่าว ซึ่งอาการเช่นนี้จะเกิดขึ้นในระยะเวลาสั้นๆ เพียง 2-7 วันก็จะกลับสู่สภาวะปกติ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละคน หากมีอาการคุณสามารถรับประทานต่อไปได้เลย แต่หากมีอาการมากก็ควรลดปริมาณลง จนกว่าอาการจะเป็นปกติและให้รับประทานตามคำแนะนำต่อไป และสำหรับผู้ป่วยที่กำลังรับประทานยาตามที่แพทย์สั่ง ก็สามารถรับประทานเห็ดชนิดนี้ควบคู่ไปได้

ประโยขน์ของเห็ดหลิน
 1 ช่วยทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง สีหน้าแจ่มใส
2ช่วยบำรุงและรักษาสายตา สรรพคุณเห็ดหลินจือใช้เป็นยาอายุวัฒนะ
3 ช่วยทำให้อายุยืนยาว
 4ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายแข็งแรง
5 ช่วยทำให้กล้ามเนื้อหัวใจแข็งแรงขึ้น ให้พลังชีวิตมากขึ้น
 6ช่วยส่งเสริมระบบการไหลเวียนของเลือดให้ดียิ่งขึ้น
7ช่วยทำให้ความจำดีขึ้น
 8ช่วยผ่อนคลายระบบประสาทและกล้ามเนื้อ ทำให้นอนหลับได้สนิท
9ช่วยทำให้ประสาทสัมผัสต่างๆ ดีขึ้น สรรพคุณ
10กระตุ้นให้เม็ดเลือดขาวสร้างสารต้านมะเร็ง
11 ช่วยแก้พิษจากรังสี คีโม เช่น เม็ดเลือดขาวต่ำจากคีโม ท้องเสียอักเสบจากการฉายรังสี อาการปวดจากพิษบาดแผล ช่วยลดความดันโลหิตและรักษาโรคความดันโลหิตสูง
12 ช่วยปรับความดันโลหิตทั้งสูงและต่ำให้สมดุล
13 ช่วยรักษาโรคเส้นเลือดหัวใจตีบ
14 ช่วยป้องกันเส้นเลือดในสมองและหัวใจอุดตัน ป้องกันอัมพฤกษ์ อัมพาต
15 ช่วยลดไขมันในเลือด
16 ช่วยรักษาและบรรเทาอาการของโรคหมอนรองกระดูกแตกกดทับเส้นประสาทให้ทุเลายิ่งขึ้น
17 ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด
18 ช่วยควบคุมอาการเบาหวาน
19 ช่วยรักษาโรคภูมิแพ้ หอบหืด
20 ช่วยรักษาโรคประสาท
21สรรพคุณของเห็ดหลินจือช่วยบำรุงตับ และรักษาโรคตับ ตับแข็ง ตับอักเสบ
22 เห็ดหลินจือรักษาโรคไตเรื้อรังบางชนิด โดย
23ประโยชน์ของเห็ดหลินจือช่วยรักษาโรคลมบ้าหมู
24 ช่วยแก้อาการอาหารเป็นพิษ
25 ช่วยรักษาแผลในกระเพาะอาหารและลำไส้ ประโยชน์เห็ดหลินจือช่วยขับปัสสาวะ
26 ช่วยรักษาและบรรเทาอาการของโรคริดสีดวงทวาร
27 ประโยชน์ของเห็ดหลินจือช่วยรักษาโรคเกาต์
28ช่วยสลายใยแผลเป็น หรือพังผืดหดยืด ทำให้ในแผลเป็นอ่อนนิ่มและหดตัวเล็กลง
29 ช่วยยับยั้งเชื้อไวรัส อย่าง ไวรัสเอดส์ อีสุกอีใส งูสวัด
30 ช่วยรักษาโรคลูปัส อีริทีมาโตซัส ทั่วร่าง (SLE) หรือโรคที่เกิดจากภูมิคุ้มกันของร่างกายทำงานผิดปกติ
31 ช่วยแก้อาการป่วยบนที่สูง เช่น อาการหูอื้อ
32 ช่วยแก้อาการปวดประจำเดือน
33ช่วยแก้ปัญหาภาวะมีบุตรยาก
34ช่วยป้องกันการเสื่อมสรรถภาพทางเพศ
35 เห็ดหลินจือจัดเป็นสเตียรอยด์ธรรมชาติ ซึ่งไม่มีสารพิษหรือผลข้างเคียงเหมือนกับสเตรียรอยด์สังเคราะห์
36ช่วยแก้อาการปวดเมื่อยตามร่างกาย ปวดตามข้อ
37ช่วยชะลอแก่ ชะลอวัย
38ช่วยรักษาโรคที่มีสาเหตุมาจากการขาดออกซิเจน เช่น ถุงลมโป่งพอง หัวใจหล้มเหลว เส้นเลือดหัวใจตีบ
39ช่วยรักษาและต่อต้านมะเร็ง โดยส่งเสริมภูมิคุ้มกัน
40ช่วยฟื้นฟูสมรรถภาพการทำงานของไตให้ดีขึ้น

ไม่มีความคิดเห็น:

โพสต์ความคิดเห็น